- Details
-
Written by Super User
-
Category: เพื่อแผ่นดินเกิด
-
Published: 20 June 2021
-
Hits: 952
อีกความใฝ่ฝันปรารถนาของนักเดินทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
ครั้งนั้น เมื่อปี ๒๕๔๑ ก็เช่นกัน ผมย่อมฝันได้ไปเป็นธรรมดา
แถมมีสุดยอดถ้ำพระท้าทายรออยู่ด้วย ยิ่งต้องพยายามอย่างยิ่งยวด
ครั้นหารือ ททท.จีน จนได้คำตอบว่า จัดให้ได้เพียง ๓ ถ้ำ
ระบบบริการพื้ฐานยังไม่พร้อมพอ ไม่อาจรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้
ผมก็เลยจำยอม แม้จะอ่านเจอบันทึกท่านอาจารย์พุทธาสบอกไว้
ว่าถ้ำพระนี้สำคัญมาก อยู่ต้นทางเส้นทางสายไหมจากซีอาน-ฉางอันเลยทีเดียว
แถมท่าน อ.ส.ศิวรักษ์ ก็เขียนไว้มากมายว่าไปไม่ได้ถึงสักคราวเดียว
ผมนั้นจำได้แต่ว่าอยู่ที่
#เตี้ยนสุย จำได้แม้อักขระจีนที่อ่านว่าเตี้ยนสุย
โดยคืนแรกที่ซีอาน โรงแรมอยู่หน้าสถานีรถไฟพอดี
ออกไปเดินก่อนนอนที่ชานชลาสถานี เห็นแผนที่เส้นทางผ่านเตี้ยนสุย
ก็เลยถามภาษาใบ้ ว่ามีรถไฟไปจอดเตี้ยนสุยไหม ?
ได้ความว่ามีด้วย ออกดึกมาก ถึงตีสี่ตีห้า
สามารถนั่งรถแม่ค้าที่มาส่งคนขึ้นรถไฟ เข้าไปในแดนชนบทจนถึงถ้ำไหมจิ๊ซานได้
พอบ่ายแก่ ก็นั่งรถแม่ค้ากลับมาสถานีรถไฟ เพื่อจับรถกลับซีอานได้ตอนดึก
คึกเลยครับ ซื้อตั๋วทันที แพ็คของจำเป็นใส่เป้ นอกนั้นให้รออยู่ในห้องพักที่เปิดไว้
บุกเดี่ยวแบบบ้า ๆ ไปกับชาวบ้านที่เขาพากันแปลกใจไอ้ตี๋นี้ที่พูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องได้
เชื่อไหมครับ ตู้นอนแบบกระดานยังหลับลง
ถึงเวลาก็ตื่นรอรถไฟจอดสถานีได้ไม่พลาด
นั่งรอรถแม่ค้ามืดมิดที่ชานชาลาสถานีกับพี่น้องชาวจีนจนรุ่งสาง
จึงบุกฝ่าชนบทจีนไปจนถึงหน้าถ้ำ
แล้วรอจนเขามาเปิดประตูขายตั๋ว เดิน ๆ นั่ง ๆ นอน ๆ เรื่อยเปื่อยแสนสบาย
คล้าย ๆ นักเดินทางบนเส้นทางสายไหมเมื่อสมัยโน้น
จากสภาพเขาหินลูกโดดที่ถูกขุดเจาะเป็นรูพรุนเหมือนฝักข้าวโพด
ชื่อไหมจิ๊ซาน ฟังว่าแปลอย่างเดียวกันนั้นครับ
การเดินเที่ยวคนเดียวที่มีชาวจีนไม่กี่คนครั้งนั้น
ดื่มด่ำซึมซับสัปปายะมาก ถือโอกาสเจริญจิตภาวนาอานาปานสติเป็นระยะ ๆ
พร้อมกับชื่นชมนานารูปปฏิมาอมิตาภะและนานาโพธิสัตว์ สาวก ฯลฯ
ทั้งในหลืบ โถง และตามผนัง
ส่วนโครงบันได ชาลาทางเดิน หรือเรือนไม้ราบรอบนั้น
แม้ปรักพังมากมาย ก็ยังทายท้าเดินจนทั่วหลายรอบเลยครับ
แต่ที่นี้เก่ากว่า ๑๕๐๐ ปีก่อนหน้า และอลังการงานสร้างกว่ามากนัก
จากนั้นถึงวันนี้ ๒๓ ปีแล้วยังไม่ได้แวะไปอีกครับ
เข้าใจว่าน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่มากมายจนไม่สัปปายะอย่างครั้งนั้นแน่
๑๓ มิย.๖๔ ๑๐๑๐ น.
บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร